FAQs

สาเกคืออะไร? | เอส.เค ลิเคอร์

สาเก

Hakutsuru Tojikan | ฮาคุซุรุ โทจิกัง

สาเก มีต้นกำเนิดที่ประเทศญี่ปุ่น โดยสาเกนั้นมีข้าว โคจิ (เชื้อรา) และ น้ำแร่ธรรมชาติ เป็นส่วนประกอบสำคัญหลักในการผลิตสาเก สาเกส่วนใหญ่ มีแอลกอฮอล์ประมาณ 10-20%

ในการผลิตสาเกนั้น มีความซับซ้อนมาก ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญและการศึกษาค้นคว้า เนื่องจากสาเกนั้นมีความอ่อนไหวต่ออุณหภูมิสูงมาก หากเก็บในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้เชื้อราที่ช่วยในกระบวนการผลิตสาเกอาจตายลงได้

ชนิดของสาเกนั้น ถูกแบ่งโดยชนิดของข้าว และ ปริมาณของเนื้อข้าวที่ผ่านการสี

สำหรับ Hakutsuru Sake นั้น มีชนิดของสาเกอยู่ 6 ชนิดด้วยกัน นั้นก็คือ

  1. Daiginjo & Junmai Daiginjo
  2. Ginjo & Junmai Ginjo
  3. Junmai
  4. Nama Sake
  5. Nigori
  6. Honjozo

 

 


 

 

1. Daiginjo & Junmai Daiginjo

สำหรับ Daiginjo & Junmai Daiginjo นั้นจัดได้เป็นสาเกระดับพรีเมี่ยมมาก

ข้าวที่ใช้ในหมักสาเกชนิด Daiginjo และ Junmai Daiginjo นั้นจะถูกสีเพื่อนำส่วนผิวนอกของข้าวออกไปอย่างน้อย 50% จากเนื้อข้าว จึงทำให้รสชาติของสาเกขนิดนี้ นุ่ม และ มีกลิ่นหอมอโรม่าเป็นพิเศษ

เมื่อนำไปดื่ม จะสัมผัสได้ถึงความหอมของอโรม่าในสาเกชนิดนี้ อีกทั้งยังมีรสชาติที่นุ่มอย่างมีเอกลักษณ์ และยังมีรสชาติ aftertaste ที่ดีอีกด้วย เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบดื่มไวน์เป็นอย่างยิ่ง

2. Ginjo & Junnmai Ginjo

สำหรับ Ginjo & Junmai Ginjo นั้นจัดเป็นสาเกระดับพรีเมี่ยม

ข้าวที่ใช้ในการหมักสาเกชนิด Ginjo & Junmai Ginjo นั้นจะถูกนำไปสีอย่างน้อย 40%ของเนื้อข้าว จึงมีรสชาติ นุ่ม และ มีกลิ่นหอมของอโรม่าที่ดี

เมื่อนำไปดื่ม จะสัมผัสได้ถึงความหอมผลไม้จากอโรม่าของสาเก และ ความนุ่มของสาเกชนิดนี้ได้เป็นอย่างดี

3. Junmai

สาเกชนิด JUNMAI นั้นเป็นสาเกชนิดพิเศษที่ใช้แค่ ข้าว โคจิ และน้ำเท่านั้นในการผลิต ในอดีตข้าวที่ใช้ผลิตสาเกชนิดนี้นั้นจะถูกบังคับทางกฎหมายให้สีออกไปขั้นต่ำ 30% แต่ปัจจุบันสาเกชนิด Junmai นี้ไม่ได้ถูกบังคับอีกต่อไป จึงมักจะมีเขียน % ของข้าวที่ถูกสีออกไปข้างขวด

สาเกชนิดนี้มักถูกเรียกว่าสาเกบริสุทธิ์ เนื่องจากสาเกชนิดนี้ไม่ใช้สตาร์ซในการผลิต และ ใช้แค่ข้าว โคจิ และน้ำเท่านั้น

จึงทำให้สาเกชนิดนี้มักเป็นแบบ Full-bodied และมีรสชาติเป็นกลางมากที่สุดในบรรดาบรรดาลสาเก

4. Nama Sake

นามาสาเก หรือ สาเกสด คือสาเกที่ไม่ได้ผ่านการพาสเจอไรซ์ เพื่อให้คงรสชาติความเข็มข้นของสาเก จึงมีรสชาติที่สดกว่าสาเกชนิดอื่นๆ และมักดื่มแบบเย็นเท่านั้น

5. Nigori

สาเกชนิด Nigori คือชนิดสาเกที่ผ่านการกรองแบบหยาบ จึงทำให้สาเกชนิดนี้ยังคงเหลือข้าวที่ใช้ในการผลิตให้เห็นอยู่

สาเกชนิดนี้มักจะมีสีขุ่น ไม่ใส เนื่องจากไม่ได้ผ่านการกรองแบบปกติ จึงมีรสชาติที่ค่อนข้างเข็มข้น และ หวาน ในลักษณะของ สาเกแบบ Full bodied

6. Honjozo

สาเกชนิด Honjozo นั้นมีความคล้าย สาเกชนิด Junmai มาก แตกต่างกันที่ Honjozo นั้นมีการใส่แอลกอฮอลล์เพิ่ม

ข้าวที่นำมาใช้นั้นจะถูกสีออกไปอย่างน้อย 30%

สาเกชนิดนี้นิยมดื่มแบบร้อน เพื่อให้ได้กลิ่นหอมอโรม่าที่ดียื่งขึ้น

Yamada Nishiki Junmai Ginjo & Yamada Nishiki